เที่ยวกันเถอะ...

posted on 30 Jun 2010 23:01 by poojunji

วันนี้ขอข้าวปุ้นพาเที่ยวเกาะลอย ศรีราชา ซักวันนะคร๊าบบบบบบบ

 แดดแรง....ลมก็แรง...

ขอแนะนำตัวคร๊าบบบบ ผ๊มชื่อข้าวปุ้น เป็นกบชาวพวน ทำไมทำหน้างงอย่างงั้นล่ะครับ ชาวพวนคือ ชนกลุ่มน้อยในลพบุรี มีวัฒนธรรมและภาษาเป็นของตัวเอง ..อย่างชื่อข้าวปุ้นเนี่ย ก็แปลว่า ขนมจีนไงครับ ....เป็นชนกลุ่มน้อยที่มีอยู่เยอะแยะในลพบุรี ...เอ...แล้วจะเรียกว่า ชนกลุ่มน้อยได้ไงเนอะ

เห็นกันจะๆ  ...เมื่อกบจากลพบุรี ระเห็ดมาทำงานที่ศรีราชาก็คงต้องหาข้อดีของการอยู่ศรีราชากันซักหน่อย....

จะเห็นเรือประมงออกหาปลากลางทะเลเต็มไปหมด...

สู้ๆนะคร๊าบ Fisherman Friend สู้ๆ

เรือโดยสารก็มี..ที่นี่จะเป็นท่าเรือที่สามารถนั่งเรือไปเที่ยวเกาะสีชังได้ด้วยครับ มีเรือเป็นรอบๆ 

ข้าวปุ้นยังไม่เคยไปเลย แล้วจะพาไปเที่ยวเกาะสีชังทริปหน้าแล้วกันนะคร๊าบบบบบบ

ที่เกาะลอยจะมีอะไรให้ทำเยอะแยะเลย ลองมาไหว้เจ้าแม่กวนอิมหยกขาวดูซิครับ อยู่ในศาลาแปดเหลี่ยมที่เห็นอยู่นั่นไง

ยังมีสวนเต่า , วัดเกาะลอย , ร้านขายของที่ระลึก แล้วก็ร้านอาหารอีกด้วยน๊า  

ข้าวปุ้นเดินผ่านสะพานข้ามทะเลไปที่สวนสาธารณะ..อืม..เล่นเอาเหงื่อหยดเหมือนกันนะเนี่ย

เกาะลอย..เห็นลิบๆ

ถ้ามาออกกำลังกายที่สวนสาธารณะของศรีราชา ก็จะเห็นในมุมเดียวกันกับข้าวปุ้นเลยนะ ..วิวก็สวย แถมได้สุขภาพดีติดตัวกลับบ้านด้วยฮะ

เที่ยวจนเหนื่อยเลยเดินมากินปังเย็นน้ำแดง เจ้าเก่า ดั้งเดิมสุดๆ จานนี้ 15 บาท..อร่อย ได้อารมณ์

เหนื่อยแล้ว อิ่มด้วย สรุปว่าทริปนี้เสียเงินไป 15 บาท ..กลับกันดีกว่า คราวหน้าเจอกันใหม่นะคร๊าบบบบบบบ

 

edit @ 30 Jun 2010 23:38:51 by poojira

เรื่องหมี หมี

posted on 29 Apr 2010 21:11 by poojunji

สวัสดีคับ ผมชื่อ น้อง "หมูยอ" เป็นหมีสีชมพูที่จะเป็นไกด์นำทัวร์แอ่วเมืองเหนือในครั้งนี้คับ
ผมมากับ น้อง "ปังเย็น" หมีโก๋ๆ สีน้ำตาล เราจะไปเที่ยวกันนะคับ

 

หมูยอกับปังเย็นจะขึ้นดอยปุยกัน ...นั่งรอรถอยู่

 

ไปรถสองแถวก็ได้นะ....แวะที่พระราชวังภูพิงค์กันก่อน

 

 ขึ้นดอยปุยต่อ...นี่คือลานกางเต้นท์ดอยปุย

 

 หมูยอซนจัง ....เที่ยวเมืองไทย ไม่ไปไม่รู้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

edit @ 29 Apr 2010 21:21:45 by poojira

ดอกไม้ริมทาง...

posted on 25 May 2009 23:09 by poojunji

 

 

 

 

 

edit @ 26 May 2009 00:16:21 by poojira

edit @ 26 May 2009 00:19:53 by poojira

ดอกไม้....สวยได้อีก...

posted on 12 May 2009 23:43 by poojunji

edit @ 12 May 2009 23:52:29 by poojira

edit @ 12 May 2009 23:54:47 by poojira

วันนึงกับเขาคนนั้น

posted on 12 May 2009 22:31 by poojunji

ฉันนั่งอยู่ใต้ต้นหูกวางต้นหนึ่ง  พยายามมองผ่านใบอันแผ่กว้างปกคลุม  เอค้นหาท้องฟ้าสีสดในวันนี้  แต่ช่างเป็นเรื่องยากเหลือเกินที่จะมองเห็น  เพราะใบหูกวางสีเขียวอ่อนพวกนี้กำลังทำหน้าที่คุ้มครองและบังแดดกล้าให้กับฉัน เพื่อจะได้นั่งทอดอารมณ์ต่อได้อีกนานๆ

 

ต้องขอบคุณเค้านะ..ที่ช่วยดูแลแม้เวลาที่ฉันไม่มีใคร  เค้าไม่เคยแสดงออกเลยว่าเหน็ดเหนื่อยหรือเบื่อหน่าย  ที่ต้องคอยดูแลให้ร่มเงา และกันแดดกันฝนให้กับใครก็ตามที่เดินเข้ามาพึ่งพิง และไม่เคยเกี่ยงงอนที่จะช่วยทำให้ใจของคนที่เข้ามาทักทายได้คลายความเจ็บปวด

 

ฉันสังเกตว่า 2 วันที่ผ่านมานี้ มีหลายคนที่เข้ามานั่งพักผ่อนใต้ร่มไม้ของต้นหูกวางต้นนี้ บ้างก็นั่งโทรศัพท์คุยกระหนุงกระหนิงกับคนถูกใจ บ้างก็นั่งก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือ และไม่ได้หันมาสนใจต้นไม้ต้นหนึ่งที่กำลังทำหน้าที่ของมันอย่างขะมักเขม้นเลย  หรือบางคนที่นั่งทอดอารมณ์ชมทะเลและสูดกลิ่นไอของความสุขเอาไว้ อย่างที่ฉันกำลังเป็นอยู่ขณะนี้

 

ไม่น่าเชื่อเลยว่าต้นหูกวางต้นเดียวจะสามารถทำให้ฉันอุ่นใจและมั่นใจได้ว่าเค้าจะดูแลฉันได้  ไม่ว่าฝนจะตก หรือแดดจะออก

ไม่น่าเชื่อเลยว่าเค้าจะทำให้ฉันได้รู้สึกว่า ฉันไม่ได้อยู่คนเดียวในโลกใบนี้และยังมีใครสักคนอยู่เคียงข้างอย่างเงียบๆ มั่นคง และโอบล้อมความสุขไว้เพื่อฉัน

แล้วเจอกัน

จันจิ (ริมทะเลพัทยาบ้านของแพท)

edit @ 12 May 2009 23:58:50 by poojira

เหงากันวันละครั้ง

posted on 12 May 2009 22:27 by poojunji

มีใครเคยรู้จักและเคยสัมผัสกับความเหงาบ้างไหม ?

            บ้างครั้งความเหงาก็บันดาลให้เราคิดอะไรได้มากมาย  ถ้าวันใดความเหงาจับมือมากับความดี  เราก็จะคิดแต่สิ่งที่ดี  ที่ทำให้เราได้อยู่และใช้เวลากับความเหงาได้อย่างเป็นสุขใจ  เราจะสามารถนำพาความเหงามาแปรเปลี่ยนเป็นความสุขได้ไม่ยากนัก 

            สำหรับคนที่กำลังนั่งเหงา  นอนเหงาอยู่ในขณะนี้ ลองมาฟังวิธีบอกรักกับความเหงาของฉันดูบ้างซิ

            ข้อแรก  ถ้าคุณรู้สึกเหงาและนั่งอยู่คนเดียวโดยไม่มีใครๆ  ลองหยิบกระดาษเปล่าและดินสอขึ้นมาจดสิ่งที่คุณคิดอยากจะทำ  แต่ไม่มีเวลาทำซะที โดยเรียงลำดับความอยากทำของคุณ  จะเขียนสักกี่ข้อก็ขึ้นอยู่กับสมองและสองมือของคุณอยู่แล้วนี่  หลังจากนั้นก็ลองมองหาข้อที่ทำได้ง่ายที่สุดในเวลานี้  แล้วลงมือทำมันเลย ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น ถ้าคุณอยากตัดผมทรงใหม่ ก็คว้ากระเป๋าแล้วก้าวออกไปทำในสิ่งที่คุณต้องการ  เพราะอย่างน้อยคุณก็จะได้เห็นว่า  ยังมีสิ่งต่างๆมากมายที่รอให้คุณสัมผัส  มากกว่าจะเสียเวลากับการนั่งเหงา นอนเหงาอยู่อย่างนี้

            ข้อที่สองของการกำจัดความเหงาก็คือ  ถ้าความเหงาของคุณผันแปรไปตามคนๆหนึ่งที่ทำให้คุณเฝ้าคิดถึงจนรู้สึกเหงาหงอยตลอดเวลา แต่ไม่อาจเจอกันหรือคุยกันได้ก็ตาม  หัวใจที่วุ่นวายอยู่ในตอนนี้  ทำยังไงนะที่จะทำให้เราเหงาได้อย่างสุขใจ  คราวนี้คงถึงคราวของความทรงจำที่จะทำหน้าที่เป็นพระเอก  เป็นเจ้าชายที่จะคอยขับไล่เจ้าอสูรแห่งความเหงาตัวร้ายที่คอยรบกวนจิตใจของคุณ ด้วยความทรงจำที่ว่า 

จำได้ไม๊วันเวลาที่เราได้อยู่ร่วมกัน  คำพูดที่เราได้แลกเปลี่ยนความคิดกัน 

จำได้ไม๊วันที่ฉันได้แสดงความเป็นห่วงและความคิดถึงออกมาอย่างเปิดเผยกับเธอวันนั้น  วันที่เราได้ยิ้มและหัวเราะไปพร้อมๆ กัน 

            ทำให้ฉันรู้สึกว่า  อย่างน้อยที่สุดของการที่เรานำเอาความทรงจำดีๆ กลับมาฉายซ้ำแล้วซ้ำอีก  ผลที่ได้รับก็คือ  รอยยิ้มที่มุมปากของกันและกัน  และความฝันที่มีความสุขในคืนที่อบอุ่น  ถึงแม้จะนอนหลับอยู่เพียงคนเดียวก็ตาม

            จะว่าไปแล้วเวลาที่จะทำให้คนเหงาได้มากที่สุดก็คือเวลากลางคืน  ไม่ว่าจะเป็นค่ำคืนที่ท้องฟ้าเต็มไปด้วยดวงจันทร์และดวงดาว  หรือคืนใดที่ไร้ดาว  ก็สามารถสร้างบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความเหงาได้โดยเราไม่ทันรู้ตัว  มีคำถามมากมายที่มาพร้อมกับความเหงา  เค้าจะคิดถึงเราไม๊นะ?”  "ตอนนี้เค้าจะทำอะไรอยู่?”  และก็มีหลายคนที่ฝากให้ดวงดาวได้ทำหน้าที่นำพาความคิดถึงเดินทางข้ามไปหาคนที่กำลังหลับไหลคนนั้น  เมื่อเวลาที่คุณมองเห็นดาวตกบนฟากฟ้าสีเข้มยามค่ำคืน  นั่นอาจเป็นดวงดาวที่กำลังนำพาความคิดถึงของฉันมาหาคุณอย่างรีบเร่งก็เป็นได้ 

แต่ก็มีอีกหลายครั้งที่เราใช้ความเหงาเพื่อคิดถึงใครบางคนที่ไม่เคยคิดถึงเรา  มันก็คงเป็นความเหงาที่เศร้าสร้อย  เป็นการรอคอยที่ไร้ค่า  ความจริงแล้ว….เราอาจมองข้ามการสัมผัสกับความรู้สึกที่เค้าได้แสดงออกและท่าทีที่เราไม่ต้องการที่จะรับรู้  นั่นก็คือความหมายของคำว่าไม่มีใจ  และไม่ได้ใส่ใจที่เป็นไปนอกเหนือจากคำว่า เพื่อน  ซึ่งบางครั้งมันก็ไม่ยากเย็นเกินไปที่จะเอาทีท่าและคำพูดมาคำนวณเพื่อหาคำตอบว่า  เค้าคนนั้นคิดอย่างไรกับหัวใจของเรา  คำถามข้อนี้อาจไม่มีอะไรซับซ้อนเกินกว่าจะเข้าใจ  เพียงแต่เราเท่านั้นที่จะใช้หัวใจตัดสินหัวใจ  แล้วเรา….ก็จะค้นหาคำตอบได้ไม่ยากเย็นนัก

และแล้วค่ำคืนนี้ก็จะเป็นค่ำคืนเหงาๆของฉัน ที่กำลังจะผ่านไป แต่ก็เป็นค่ำคืนที่เต็มไปด้วยเธอ….เพื่อนทุกคนที่เดินเล่นอยู่ในความทรงจำดีๆของฉัน  และเป็นค่ำคืนที่ฉันใช้เวลาอยู่กับปากกาและกระดาษสีขาวที่กำลังจรดตัวอักษรขยุกขยิกไปมาเพื่อแสดงความเหงาของฉันให้เธอได้รับรู้ อยู่ภายในห้องสีขาวที่อบอวลไปด้วยกลิ่นละมุนละไมของดอกโมกน้อยๆ ต้องลมปลิวไสวที่ระเบียงหลังห้อง  และเสียงอันแผ่วเบาของเพลงหวานที่บรรเลงแข่งกับจังหวะของหัวใจของฉันอยู่ในขณะนี้ 

เห็นไม๊ว่า….ความเหงาของฉันวันละครั้งสามารถทำให้ฉันได้นอนยิ้มและอิ่มสุขได้ไม่ยากเลย

 

คิดถึง!

 

จันจิ  26/5/44

edit @ 12 May 2009 22:46:14 by poojira